วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

พาชมสถานที่ในวันสถาปนาวิทยาลัยช่างศิลปปี 2559

          ทุกๆ วันที่ 4 มีนาคมของทุกปี เป็นวันนัดหมายของทั้งบรรดาศิษย์เก่า และใหม่ที่ล้วนแล้วแต่รับทราบโดยทั่วกันว่า วันนี้เป็นวันที่วิทยาลัยช่างศิลป ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาเพื่อให้การศึกษาทางด้านศิลปะนั่นเอง ปีนี้อายุครบรอบ  64  ปีแล้วนะ ถ้าเปรียบกับคนก็ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่เชียวล่ะ
          สถานที่จัดงานนั้นอยู่ที่วิทยาลัยช่างศิลปลาดกระบัง หรือที่หลายๆ คนชอบเรียกกันว่าหัวตะเข้นั่นแหล่ะ รู้แล้วละก็ปีหน้าอย่าลืมนะ วันที่ 4 มีนาคมของทุกปี จำง่าย
          แต่ละปีสถานที่ถูกจัดเตรียมเพื่อรอคอยผู้มาเยื่อนได้อย่างน่าสนใจ ปีนี้ก็เหมือนกัน มีอะไรมากมายสนุกสนานเช่นเดิม เลยเกิดอยากจะบันทึกภาพบางส่วนเท่าที่บันทึกได้เหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ ไปดูกันว่าปีนี้มีอะไรบ้าง


          เดินเข้ามาในประตู หันหน้าไปทางด้านซ้าย เราจะมองเห็นพระพุทธรูปตั้งอยู่เพื่อให้ทุกคนได้สักการะบูชา วันนี้พิเศษนิดหน่อยตรงที่มีดอกไม้และเครื่องบูชาวางประดับอยู่อย่างสวยงาม


         เดินต่อมาอีกนิดจะพบเจอกับไวนิวแผ่นใหญ่ยักษ์รูปจานสีที่แขวนไว้อย่างโดดเด่นที่ข้างตึก 1 เพื่อชวนเชิญผู้คนไป work shop กัน ชวนมาทำงานศิลปะกันสดๆ ด้านในจ้า


           เข้ามาแล้วแวะนมัสการพระพิฆเณศเพื่อเป็นศิริมงคลกันก่อน


           อีแก่ คือรถในตำนาน จอดรอให้มาถ่ายรูปเซลฟี่กัน ข้างบนมีดินสอ EE แท่งยักษ์วางอยู่


          ปลาตะเพียนยักษ์ แขวนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เวลาลมพัดมาปลาก็แกว่งไปมาดูสวยงาม


   ปลาตะเพียนยักษ์นี้เป็นผลงานของหมวดศิลปะไทย จัดทำได้สวยงามมากจ้า


      สวยจริงๆ ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสักใบ ย้อนแสงไปหน่อย ดูปลาแล้วกัน


ภาพเคลื่อนไหวตอนเวลาที่ลมแรงพัดทำให้ปลาเคลื่อนไหวไปมา ดูสวยงาม


          หมวดเซรามิคก็มาร่วมขายของที่ระลึกจากเซรามิค ราคาไม่แพง  โดยอาจารย์ตุ้ม ของเค้าดีจริงๆ



ภาพเคลื่อนไหว  โชว์ลีลาการขายของอาจารย์ตุ้ม 


ภาพกำลังติดตั้งผลงาน เครดิตภาพ จากอาจารย์อุเทน หล่อสกุล


ผลงานศิลปะของนักเรียน นักศึกษามากมายที่มาร่วมแสดงให้ชมผลงานกัน


ผลงานภาพวาดทิวทัศน์ของนักเรียน นักศึกษา


ภาพผลงานบางส่วน


          ภาพรวมของงานแสดงนิทรรศการศิลปะ มีบทสัมภาษณ์ของนักเรียน นักศึกษาบางคนที่เป็นเจ้าของภาพด้วย


          นอกจากนั้นภายในบริเวณวิทยาลัยช่วงกลางวัน ตรงส่วนเวทีกลางแจ้ง ยังจัดให้มีดนตรีเพื่อเพิ่มสีสันให้แก่งานด้วย ในภาพอาจารย์ตุ๊ หรือ อาจารย์คมสัน กำลังโชว์เสียงเพลงอย่างไพเราะ



          ท้ายที่สุดเป็นภาพเขียนที่ให้แขกที่มาเยือนมาถ่ายรูปเล่นกัน  เพื่อเป็นถ่ายเก็บเป็นทีระลึกบ้างแต่เพื่อไม่ให้ธรรมดาเกินไปก็เดินเล่นหลายรอบหน่อย ดูเล่นกันสนุกๆ นะจ๊ะ


วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

กีฬาสีของเด็กศิลป์(ช่างศิลป ลาดกระบัง) ประจำปี 59

          ทุกคนคงเคยเข้าร่วม หรือได้เห็นการจัดงานกีฬาต่างๆ มามากมายทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาคต่างๆ และแน่นอนทุกคนก็เคยเป็นเด็กย่อมพบเห็นงานกีฬาสีมาตั้งแต่เป็นเด็ก อนุบาล ประถม มัธยม มาบ้าง เราคงจินตนาการกันไม่ออกว่าในโรงเรียนที่เรียนศิลปะ เขามีกีฬาสีกันบ้างไหมหนอ และจะเป็นอย่างไร
ภาพ พิธีเปิดงานกีฬาสีของ วิทยาลัยช่างศิลป ลาดกระบัง ในวันที่ 20 มกราคม 2559

          แน่นอนการกีฬาไม่น่าจะเด่น  เพราะพวกเราถนัดขีดๆ เขียนๆ กันซะมากกว่า วันๆ เราก็เอาแต่ฝึกๆๆ วาดๆๆๆ จะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกกีฬาอีก แต่ที่จริงมันก็สำคัญนะควรเล่นกีฬากันบ้างแต่ไม่ต้องจริงจังแต่ก็เพื่อสุขภาพก็ยังดี
ภาพของกองเชียร์สีเทา

ภาพของกองเชียร์สีแดง

ภาพของกองเชียร์สีน้ำเงิน และ สีเขียว

          และที่เราแข่งกันก็เพื่อความสนุก เท่านั้น เช่น แข่งเกมกินวิบาก เกมเตะปี๊บ อะไรพวกนี้
          แต่สิ่งที่โดดเด่นและทุ่มเทมากมาย กลับกลายเป็นการเชียร์กีฬาซะมากกว่า ก็มันน่าจะตรงกับศาสตร์ในการร่ำเรียนของเราที่สุดแล้วละ และปีนี้ก็เช่นกัน นักเรียน และนักศึกษาต่างก็ตั้งใจฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่ๆ สุด เห็นแล้วซึ้งพร้อมขนลุกไปในตัว ถ้าตอนเรียนแล้วนักเรียน นักศึกษามีความตั้งใจได้อย่างนี้คงจะดีมากๆ

          ปีนี้สีที่ชนะเลิศได้แก่สีแดง เตรียมการซ้อมมาอย่างดีเยี่ยม ถึงเวลาแสดงก็ทำได้ดีมากดูสนุกตื่นเต้นดีมาก แถมรู้จังหวะแสงที่ตกอีกแน่ะ ทำให้ภาพออกมาดูโดดเด่นดีมาก มีภาพเคลื่อนไหวของการแสดงด้วยไปดูกัน

          ส่วนสีอื่นๆ ก็ทำได้ดี สวยงามตั้งใจกันทุกๆ สี มีภาพเคลื่อนไหวเช่นกัน ไปดูเลย
สีเขียว

สีเทา

และสุดท้าย สีน้ำเงิน

          เป็นอย่างไรบ้าง สวยงามสมความตั้งใจจริงๆ ปีหน้าฟ้าใหม่ของงานกีฬา แล้วจะนำมาให้ชมกันอีกนะจ้ะ ปีนี้ 2559 จบสวยจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

ศิลปะกับจักรยาน

          ช่วงนี้วิทยาลัยช่างศิลป กำลังสร้างสรรค์ศิลปะด้วยจักรยาน มีการนำจักรยานที่ใช้แล้ว มาก่อรูปร่างใหม่ให้เป็นวงกลมขนาดใหญ่  ประมาณชั้นครึ่ง
          มีการแบ่งจักรยานเพื่อนำไปสร้างสรรค์ในหลายๆ รูปแบบ หมวดต่างๆ ก็นำไปสร้างจักรยานที่มีรูปแบบต่างๆ กันอย่างสนุกสนาน
          หมวดองค์ประกอบก็นำจักรยานมาทำด้วยเช่นกัน ออกแบบโดย อาจาย์อรนิต ดะห์ลัน และ อาจารย์ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร และมีนักเรียนปี 3 มาร่วมด้วยช่วยกันตกแต่งจักรยาน อีก 6 คน

                                           โฉมหน้าของจักรยานที่ถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว

                    โฉมหน้าของอาจารย์ศันสนีย์ และ อาจารย์อรนิต (เรียงชื่อตามลำดับการยืนในภาพ)

          นอกจากนี้ยังมีการนำจักรยานนั้นมาสร้างสรรค์เป็นภาพเคลื่อนไหวด้วย โดยมีอาจารย์อรนิต อาจารย์ศันสนีย์ อาจารย์ธนิดา และอาจารย์จริยา และนักเรียนอีกหลายท่านมาร่วมสนุก กับการสร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย ไปชมภาพกัน

ภาพเคลื่อนไหวในการขี่จักรยานที่นำมาตกแต่ง
          

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

เซอร์ริวลิซึ่ม (Surrealism) ศิลปะแบบเหนือจริง



          เซอร์ริวลิซึ่ม (Surrealism) ศิลปะแบบเหนือจริง

เป็นลัทธิทางศิลปะ ในแบบเหนือจริง คือ ภาพของความเป็นจริงที่ต่างออกไป
          เมื่อเรานอนหลับแล้วฝันไป ความฝันของเราก็คือสิ่งที่เราพบในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง แต่บางครั้งฝันนั้นกลับแปลกออกไป บางครั้งกลับเหาะได้ หรือพบเจอสิ่งที่ไม่ปกติ หรือมีความพิเศษไปกว่าสิ่งที่เจอในชีวิตจริง แล้วแต่ว่าเรารู้สึกประทับใจในสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมแจ่มชัดในความคิดและจินตนาการของเรา


         หรือบางครั้งอาจเป็นวัตถุที่ถูกเพิ่มจินตนาการเข้าไว้ หรือบางครั้งเกิดจากการผสมรูปร่างที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน บางครั้งเป็นการผสมสัตว์ต่างชนิดเข้าด้วยกัน บางครั้งอาจเป็นวัตถุผสมกับรูปร่างของสิ่งมีชีวิตก็เป็นได้


          เซอร์ริวลิซึ่ม จึงมีความจริงของรูปร่างรูปทรงต่างๆ ที่ถูกผสมเข้ากับจินตนาการให้เข้ามาอยู่ในภาพเดียวกันนั่นเอง



          ลองไปดูภาพตัวอย่างเพื่อทดลองสร้างผลงานแบบเซอร์ริวริสกัน


          Rene Magritte ศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะแบบเซอร์ริวริส ศิลปินผสมรูปร่างของคนกับปลาเข้าด้วยกัน ในภาพเป็นปลาในส่วนของหัว ส่วนอีกครึ่งตัวด้านล่างเป็นร่างกายของผู้หญิง มีความแตกต่างจากนางเงือกที่มักถูกจินตนาการว่ามีด้านบนเป็นคน และมีส่วนล่างเป็นปลา


Collective Invention, 1934
ที่มารูปภาพ : http://www.wikiart.org/en/rene-magritte/collective-invention-1934


           ภาพ Rape ศิลปินเปลี่ยนใบหน้าของผู้ชายกลายเป็นเหมือนร่างกายของผู้หญิง เขาใช้สัญลักษณ์โดยการนำสรีระของผู้หญิง แทนค่าในสิ่งที่ควรจะเป็น หน้าอกอยู่ในส่วนที่เป็นตา สะดือแทนที่จะเป็นจมูก หรือเป้าแทนที่จะเป็นปาก ความหมายของภาพอย่างที่เห็นเป็นการมองของผู้ชายถูกเชื่อมโยงไปสู่ความรู้สึกเรื่องเพศ

Rape, 1934
ที่มารูปภาพ : http://www.wikiart.org/en/rene-magritte/rape-1934

          Salvador Dali ศิลปินอีกท่านที่ทำงานแบบเซอร์ริวริส ภาพ The Persistence of Memory มีชื่อเสียงมาก เขานำรูปร่างที่มีอยู่จริงมาจินตนาการเพิ่ม นาฬิกาที่ถูกแปรสภาพออกไปเป็นวัตถุที่เหลว ไร้โครงสร้างที่แน่นอน ทำให้เราจินตนาไปถึงเวลาที่เนิบนาบเนินนานไร้จุดหมาย ในภาพยังมีหนังหน้าของคนที่ถูกวางพับอยู่ โดยปราศจากโครงสร้างของกระโหลกศรีษะเช่นเดียวกับนาฬิกา 
          The Persistence of Memory คงเป็นความทรงจำที่ยาวนานเนิบนาบเสมือนเวลาและร่างกายที่เหลวไปไร้ความมั่นคง


The Persistence of Memory, 1931
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Salvador_Dal%C3%AD
          ในยุคที่มีสงครามเกิดขึ้นศิลปินย่อมได้รับแรงบัลดาลใจจากความโหดร้ายของสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาแปลงความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นภาพที่ถูกทำให้โครงสร้างทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไป ร่างกายของคนที่บิดเบี้ยวถูกแบ่งออกเป็นหลายซีกไม่ปะติดปะต่อกันเป็นโครงสร้างเดิม แล้วนำมาก่อให้เกิดเป็นรูปทรงใหม่ที่ไม่มั่นคงในความรู้สึกที่สะท้อนความน่ากลัวของสงคราม


Soft Construction with Boiled Beans: Premonition of Civil War, 1936

ที่มาของรูปภาพ : http://www.wikiart.org/en/salvador-dali/soft-construction-with-boiled-beans-premonition-of-civil-war

           บางครั้งมีความหมายที่ซ้อนกันอยู่ในภายภาพวาด ในภาพ Slave Market with the Disappearing Bust of Voltaire ของ Salvador Dali เราเห็นภาพถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนหน้า กับส่วนหลัง ในส่วนหน้าเป็นภาพโต๊ะที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง มีผู้หญิงที่เปลือยครึ่งบน และบนโต๊ะมีฐานของพานวางอยู่เกือบกลางของภาพ พร้อมกับพานที่วางถัดออกไป ถ้าเราสังเกตให้ดีตรงส่วนฐานของพานที่วางอยู่เกือบกลางภาพด้านบนมีผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ไกลออกไป ยืนอยู่ในส่วนที่พอเหมาะกับตัวฐานของพานพอดี ถ้าพิจารณาภาพที่อยู่ไกลนั้นมองรวมกันแล้วมาประกอบกับรูปพาน จะเป็นใบหน้าของ Salvador Dali อยู่บนฐานนั้น นี่คือการซ้อนความหมายลงด้วยการใช้ขนาดที่ต่างกันของรูปร่าง


Slave Market with the Disappearing Bust of Voltaire, 1940

ที่มารูปภาพ : http://www.wikiart.org/en/salvador-dali/slave-market-with-the-disappearing-bust-of-voltaire-1940

ผลงานของ Alex Alemany
ที่มา : https://www.cuded.com/realism-paintings-by-alex-alemany/

เซอร์ริวริสม์ เมืองไทย  

หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันต์ บริพัตร

ผลงานของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร
ที่มา : https://www.sarakadeelite.com/arts_and_culture/online-exhibition-princess-marsi/
  

ศาสตราจารย์ เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ

ผลงานของศาสตราจารย์ เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ
ที่ : https://sites.google.com/site/nityagallery/silpa-se-xrrei-yl/keiyrtisakdi-chan-n-na-rth

ประทีป คชบัว


ผลงานของประทีป คชบัว
ที่มา : https://www.thaksinawat.com/jitdrathanee/talk2550-02.htm



วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Collage ศิลปะการปะติด




Collage คือ อะไร



            คอลลาจ (Collage) คือ ลักษณะของวิธีการ หรือ เทคนิค (Technique) ในการสร้างสรรค์อีกแบบหนึ่ง โดยการใช้รูปภาพ หรือ พื้นผิวทั้งที่เป็นทั้งแบบจริง หรือ แบบที่ทำเทียมขึ้น เข้ามาใช้ในผลงานของเรา โดยการปะติดผิวต่างๆ เหล่านั้นลงบนภาพผลงาน โดยที่ไม่จำเป็นต้องวาดขึ้นเอง

            เราสามารถสร้างสรรค์ด้วยวิธีการปะติด หรือ คอลลาจได้จาก รูปภาพ และ พื้นผิวได้อย่างหลากหลายตามที่คิดค้นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นทั้งรูปแบบ หรือวิธีการในการการนำมาประกอบกัน ในแต่ละแบบ ดังตัวอย่างที่ขอยกขึ้นมาเพื่อให้เกิดแนวคิดในการทำไปใช้ในการสร้างสรรค์ต่อไปได้

            Michael Mapes เขาใ่ช้รูปถ่ายภาพวาดที่มีชื่อเสียงในอดีต นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แคปซูล เศษผม วัสดุเล็กๆ ต่างๆ นำมาเรียงประกอบด้วย เข็มหมุดจำนวนมากมายโดยภายในภาพจะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงของชาวดัตช์หรือ ภาพถ่ายของภาพผลงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียง

Gilded female  16 x 16 x 3" 2015
Gilded Feที่มารูปภาพ : http://www.room62.com/dutch-masters/2015/9/11/gilded-female

            Richard Hamilton โปสเตอร์ที่ถูกจัดทำเพื่อใช้ในการแสดงนิทรรศการ สัดส่วนของสิ่งที่ใช้นำมาประกอบเข้าภายในภาพ เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างน่าสนใจ ภาพตึกที่อยู่ภายนอก ผ่านหน้าต่างในสัดส่วนที่เหมาะสมกับขนาดของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในห้อง ภาพนักกล้ามที่ถืออมยิ้มในขนาดที่ทำให้นึกถึงคทามากกว่าที่จะเป็นขนม และมาลีรีน นั่งบนโซฟา โปสเตอร์ที่ถูกติดอยู่ที่ผนังห้อง ภาพคนในกรอบที่ติดอยู่ข้างกัน เตียงนอนลายเสือ เครื่องเล่นเพลง ทีวี ซึ่งถ้าเราหมายถึงเทคโนโลยีที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถตกแต่งภาพด้วยการ ย่อ ขยาย กลับภาพไปมาได้แล้ว แต่ละชิ้นส่วนที่ถูกคัดเลือกมานับว่าไม่ง่ายนักที่จะหามาประกอบกันได้ในสมัยนั้นเลย (1956)

 

ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Just_what_is_it_that_makes_today%27s_homes_so_different,_so_appealing%3F


            Peter Clark สร้างสรรค์ผลงานด้วยกระดาษต่างๆ ที่มีลวดลาย พื้นผิว ตัวอักษร ในสี และน้ำหนักที่หลากหลายโดยนำมาประกอบกันเป็นผลงานคอลลาจได้อย่างสวยงาม ผลงานของเขามีหลายรูปแบบ บางครั้งเป็นรูปสุนัข สิ่งของเครื่องใช่้ ชุด เครื่องประดับ คน เป็นต้น


ที่มารูปภาพ : http://www.peterclarkcollage.com/pages/other.html
ที่มารูปภาพ : http://www.peterclarkcollage.com/pages/dogs.html
    

               Kathleen Dalrymple นำเทคนิคการ Mosiac มาใช้ในผลงานของเธอ เธอนำเอากระเบื้อง กระจกสีต่างๆ ที่ถูกจัดการรูปร่างให้เข้ากันกับเรื่องที่ต้องการแสดงออกแล้วมาประกอบกันเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ได้เตรียมไว้


Large Glass on Glass mosaic window of a parrot
ที่มารูปภาพ : http://kathleendalrymple-glassartist.blogspot.com/ 

            Cathy Camper นำเอาเมล็ดพืชหลากหลายชนิดมาใช้ในการสร้างผลงาน ซึ่งเมล็ดพืชแต่ละชนิดก็มีสีสัน ขนาด น้ำหนักที่แตกต่างนั้นถูกเลือกนำมาวางเรียงประกอบกันเป็นภาพคนสำคัญต่างๆ นอกจากภาพคน บ้างครั้งก็มี นก ตัวอักษรเข้ามาเป็นส่วนประกอบของภาพด้วย

Beautiful Sea

ที่มารูปภาพ http://www.cropart.com/dcathyca.dir/029_cc_beautiful.htm

Bo Diddley

ที่มารูปภาพ : http://www.cropart.com/dcathyca.dir/033_cc_bodiddley.htm


โดย  ศันสนีย์  รุ่งเรืองสาคร

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Realistic ศิลปะแบบเหมือนจริง


       Realistic งานศิลปะอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยมมาต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันและต่อไปในอนาคต เนื่องจากเข้าใจง่าย ผู้ชมเข้าใจภาพแต่ละภาพได้เนื่องจากศิลปินแสดงออกตรงๆ ด้วยรูปทรงที่เหมือนจริง แม้ว่าการสื่อความหมายมาสู่ผู้ดูนั้นง่ายดังที่กล่าวแต่การแสดงออกนั้นก็กลับไม่ง่ายด้วยการแสดงฝีมือของศิลปินนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจ และพิถีพิถันต่อผลงานในแต่ละชิ้นๆ
       ศิลปินนำเสนอแนวคิดที่ตรงชัด ด้วยองค์ประกอบที่เน้นชัดไปที่ตัวรูปทรง ไม่ว่าจะเป็นมุมมองใดก็สามารถทำให้เราเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าต้องการแสดงออกถึงสิ่งใด การจัดน้ำหนักให้เห็นความตื้นลึกของรูปทรง
       มีศิลปินในยุคปัจจุบันมากมายที่นำเสนอการแสดงออกด้วย รูปแบบ Realistic ลองดูตัวอย่างบางท่านที่ยกมา ณ ที่นี้ ว่ามีใครกันบ้างเพื่อนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กันต่อไป

       Tjalf Sparnaay นำอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ มาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ 




Chuck Close ริ้วรอยบนหน้าของคน



Riusuke Fukahori ภาพปลาในถังน้ำ

       
ที่มาของรูป : http://www.welikeviral.com/kid-photographs-something-amazing.html

       Marcello Barenghi วาดสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัว






     Teresa Elliott ภาพเด็กน้อย



Serge Marshennikov หญิงสาว บนที่นอน


     A Eric Christensen ขวดไวน์ แก้วไวน์ ผลไม้ ขนม บนโต๊ะอาหาร





วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แนะนำตัว

     ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร ชื่อและนามสกุลจริงของตัวผู้เขียนบล๊อกนี้เองเป็นชื่อที่ใช้มาตั้งแต่เกิด โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงไปใช่ชื่อที่มีความหมาย หรือมีมงคลอะไรกว่านี้แล้วทั้งสิ้น ชื่อที่คนจำเราได้นั่นแหล่ะมันดีที่สุดสำหรับตัวเราแล้วล่ะ แต่มันก็แล้วแต่ความคิดความเชื่อของใครก็ของมันละนะจ้ะไม่ได้คิดไปว่าใครใดๆ หรอก
     ตั้งแต่ลืมตามาบนโลกแล้ว เมื่อเป็นเด็กเป็นเล็กก็เริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าชอบ และมีสมาธิดีกับการขีดเขียนๆ วาดรูป ระบายสี ชอบมากๆ เป็นเหตุนำมาให้ต้องมาเรียนศิลปะ ที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร รุ่นที่ 48 ตั้งแต่ปี 2534 พากเพียรเรียนศิลปะจนจบทั้งปริญญาตรี และโท เหน็ดเหนื่อยเอาเรื่องเอาการเชียวแหล่ะ และปัจจุบันได้มาเป็นครูสอนวิชาองค์ประกอบศิลป์ที่วิทยาลัยช่างศิลป เริ่มตั้งแต่ปี 2544 เผลอแป็บเดียว 14 ปีกว่าละ ไม่น่าเชื่อไวจริงๆ ปีนี้ 2558 เวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหก ประดุจดังละครก็ไม่ปาน นี่แหล่ะหนาชีวิตคนเราจะทำอะไรให้รีบทำไม่งั้นแก่ไม่รู้ด้วย เอาเถอะบทความนี้เป็นบทแรกในบล็อกนี้ เป็นเหมือนการทดลองเขียนสักนิดสักหน่อยเพื่อเป็นน้ำจิ้มในการเข้าสู่เนื้อหาต่อไป

     บล็อกนี้สร้างขึ้นเพื่อเหตุผลหลายประการ หลักๆ ก็ต้องการเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะ ที่ร่ำเรียนมาหลายปีดีดัก พร้อมทั้งประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะจริง บวกกับการสอนมาหลายปี อีกเหตุผลสำคัญเพราะต้องการให้ความรู้แก่ผู้เรียน และผู้ที่สนใจ มันจะเป็นอะไรที่สร้างให้ประสบการของท่านดีมากขึ้น บางที่ฟังครั้งสองครั้งก็ยังไม่เข้าใจ ฟังอีกสักครั้งหรือหลายครั้งก็อาจจะดีขึ้นบ้างก็เป็นได้ นี่เป็นความหวังของครูคนนึงบนโลกใบนี้ ใครอ่านก็ยิ่งได้ ความรู้อยู่ที่ฝึกฝน พรสวรรค์นั่นมันส่วนเล็กน้อย อยากได้ต้องรู้ ต้องฝึกฝน คนพยายามก็ย่อมได้รับผลที่ดีแน่นอน ศิลปะมันก็เหมือนงานการในแขนงอื่นน่ะแหล่ะ ถ้าเราสนใจ เราชอบสิ่งใด เรามักทำสิ่งนั่นได้ดี หรือถ้ามันยังไม่ดี เราทำมันหลายรอบมันก็ต้องพัฒนาการบ้างแหล่ะ มันก็เป็นแค่เรื่องธรรมดาที่ทำยาก เพราะต้องอาศัยความมีวินัย ความพยายาม ความอดทนมากพอสมควร

     สุดท้ายของสารฉบับแรก ก็ขอให้ติดตามตอนต่อๆไป ที่คิดว่าน่าจะให้ความรู้ได้แน่แต่มันจะน้อยหรือมากก็แล้วแต่ส่วนประกอบต่างๆหลายประการ ที่สำคัญที่สุดหวังว่าผู้เขียนก็จะพยายามขยันเขียนออกมาเรื่อยๆนะจ้ะ โปรดติดตามตอนต่อไป